Freemake Audio Converter เป็นโปรแกรมน้องใหม่จากค่าย Freemake ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโปรแกรมฟรีแวร์ระดับคุณภาพมาหลายโปรแกรมแล้ว โปรแกรมจากค่ายนี้มีจุดเด่นในด้านความสวยงามของโปรแกรม พร้อมทั้งความง่ายในการใช้งานที่มีการจัดระบบการทำงานไว้อย่างเป็นระบบ ในส่วนของโปรแกรมตัวนี้มีไว้สำหรับแปลงไฟล์เสียงซึ่งสามารถรองรับไฟล์ได้ มากกว่า 40 นามสกุล เช่น MP3, WMA, WAV, FLAC, AAC, M4A, OGG, AMR, AC3, AIFF, M4R เป็นตัน ซึ่งก็นับว่าแทบจะครอบคลุมทุกนามสกุลของไฟล์เสียงที่มีใช้ในปัจจุบันแล้ว นอกจากจะสามารถแปลงไฟล์เสียงได้แล้ว โปรแกรมยังสามารถใช้สำหรับแยกเสียงจากไฟล์วีดีโอได้ด้วย ก็เป็นโปรแกรมน้องใหม่อีกตัวที่น่าสนใจ แต่จะดีแค่ไหนก็ต้องลองกันเองครับ
วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Freemake Audio Converter 1.0
AVG LinkScanner 2012
AVG LinkScanner เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่จะช่วยเสริมความปลอดภัยให้กับเครื่องของเรา โปรแกรมนี้มีลักษณะการทำงานคล้ายกับปลั๊กอินบนเว็บบราวเซอร์ ซึ่งโปรแกรมจะทำการสแกนเว็บไซต์ก่อนที่เราจะเข้าไปเยี่ยมชม ซึ่งจะช่วยป้องกันภัยที่มากับเว็บไซต์ปล่อยไวรัสทั้งหลาย โปรแกรมสามารถใช้งานร่วมกับบราวเซอร์หลักในตลาดปัจจุบันได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งยังสามารถช่วยสแกนผลการค้นหาที่ได้จาก Google, Yahoo!, Bing โดยจะมีการแสดงผลการสแกนข้างๆ ผลการค้นหา เมื่อเอาเมาส์ชี้ก็จะมีการรายงานผลเพิ่มเติม ทำให้เราทราบถึงภัยที่อาจจะมีในแต่ละเว็บไซต์ก่อนที่จะคลิ๊กเข้าไป โปรแกรมนี้สามารถดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีสำหรับใช้งานส่วนบุคคลครับ
โปรแกรม DeskTop Author 4.5.70 +Crack [โปรแกรมทำหนังสือ Electronic]
โปรแกรม DeskTop Author 4.5.70+Crack
DeskTop Author is an electronic publishing software that allows you to quickly, easily and professionally create and/or sell page turning electronic publications such as eBooks, eCatalogs, eBrochures, ePresentations, photo albums and much more. Create DNL eBooks for Windows and Mac (Intel).
Download
วิธีCrack
ให้copy ไฟล์ dna.exe ที่มีมาให้ในโฟร์เดอร์pastila ไปpastในโฟร์เดอร์ที่คุณติดตั้งโปรแกรมนี้
[+]ดูขั้นตอนการใช้งานได้ที่เวปนี้
Adobe CS5 Master Collection + KeyGen

Adobe CS5 Master Collection KeyGen
Instructions :-
1.Install Trail Ver Of Adobe Photoshop CS5 Extended .
2.Run Adobe Photoshop CS5 Extended then open the keygen folder .
3.Run keygen.exe .
4.First Press Patch Button then Press Genrate Button.
5.Copy the Key & Paste into Adobe Photoshop CS5 Extended Page.
6.Enjoy Your Adobe Photoshop CS5 Extended .
** Adobe Photoshop CS5 Extended **
(ถ้าโหลดไม่ได้ให้เข้าไปโหลดที่นี้ https://www.adobe.com/cfusion/tdrc/index.cfm?product=master_collection)
ส่วนที่ 1
ส่วนที่ 2
Adobe CS5 Master Collection KeyGen
วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554
Intel Ultrabook โน้ตบุ๊คแอร์+แท็บเล็ต
[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] รายงานข่าวของ arip ยังคงเป็นเรื่องของการแนะนำผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีใหม่ที่มีการเปิดตัวในงาน Computex 2011ซึ่งจัดขึ้น ณ.กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน โดยล่าสุด ทาง Intel ได้เปิดตัวโน้ตบุ๊คสายพันธุ์ใหม่เรียกว่า "อัลตร้าบุ๊ค" (Ultrabook) ที่เป็นการรวมคุณสมบัติที่โดดเด่นของ MacBook Air (บาง-เบา-ประหยัดพลังงงาน) กับ iPad (หน้าจอสัมผัสทีสว่างสดใส และคมชัด) เข้าด้วยกัน อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพการทำงานสูงอีกด้วย
อัล ตร้าบุ๊ค (Ultrabook) เป็น"โน้ตบุ๊ค"ไฮบริดกับ"แท็บเล็ต" โดยดีไซน์ของอัลตร้าบุ๊คจะทำให้ผู้ใช้ได้โน้ตบุ๊คที่บางกว่า 20 มม. (0.8 นิ้ว) ในขณะที่ทำงานด้วยระบบจอสัมผัส ล็อกออนเข้าสู่ระบบได้อย่างง่ายดาย และสามารถแสดงผลภาพที่คมชัดสุดๆ ในขณะที่ราคาของอัลตร้าบุ๊คจะต่ำกว่า 1,000 เหรียญฯ (ประมาณ 30,000 บาท) ซึ่ง Intel มั่นใจว่า Ultrabook ที่ใช้โพรเซสเซอร์ Intel Core ตระกูลใหม่อย่าง Ivy Bridge รุ่นที่ 2 ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิต 22nm จะมีความบางเบา และประสิทธิภาพการทำงานสูง และจะทำให้ผู้ใช้หันมาสนใจโน้ตบุ๊คอีกครั้ง หลังจาก MacBook Air รุ่นหน้าจอ 15 นิ้วที่มีความบางสุด .11 ถึงหนาสุด .68 นิ้วได้ทำสำเร็จมาแล้ว
Ultrabook รุ่นแรกคาดว่าจะสามารถวางตลาดได้ในช่วงวันหยุดเดือนธันวาคม 2011 โดยในงาน Computex ทางบริษัท ASUS ได้นำอัลตร้าบุ๊ค Asus UX21 ที่มีความบาง และมีหน้าจอขนาด 11.6 นิ้ว ทำงานด้วยโพรเซสเซอร์ Intel Core i5 และมีน้ำหนักเพียง 2.2 ปอนด์ (1 กิโลกรัม) ด้วยดีไซน์ที่มีความบางเฉียบทำให้มันดูคล้ายแท็บเล็ตที่มาพร้อมกับโพ รเซสเซอร์ทรงพลัง และสตอเรจความเร็วสูง "อุตสาหกรรมกำลังจะมีการสับเปลี่ยนอีกครั้ง ซึ่งรวมถึงโพรเซสเซอร์ และระบบปฏิบัติการ" Jonney Shih ประธานบริษัท AsusTek กล่าว "เส้นแบ่งระหว่างโน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนกำลังไม่ชัดเจน ซึ่งโน้ตบุ๊คต้องตอบสนองอย่างรวดเร็วด้วยการพัฒนารูปแบบดีไซน์ให้บาง เบาสุดๆ และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญมันใช้พลังงานน้อยมากๆ" Shih กล่าว Intel มีแผนที่จะยกระดับตลาดโน้ตบุ๊คประมาณ 40% เป็น Ultrabook ให้ได้ภายในสิ้นปี 2012
วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2554
MalwareBytes - สุดยอด Free AntiSpyware
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในช่วง 2-3 ปีที่เริ่มมีการใช้ Internet ADSL ที่มีความเร็วสูงมาก แน่นอนว่าการดาวน์โหลดไฟล์ก้ต้องเร้วขึ้น และที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือการติดไวรัส spyware ต่างๆก็เร็วขึ้นจนแทบไม่รู้
วันนี้ผมเลยขอแนะนำ AntiSpyware ของฟรีและดี ทั้ง 2 ตัวคือ
1. MaslwareBytes’ Anti Malware
Website : www.malwarebytes.org
โปรแกรมนี้เป้นโปรแกรมหลักที่ผมใช้ติดตั้งบนเครื่องคอมเพื่อใช้จัดการพวก Spyware เพราะ
- ไฟล์มีขนาดเล็ก ไม่เกิน 5 MB
- ติดตั้งง่าย และเร็วด้วย
- การทำงานไม่ซับซ้อนกด Scan แล้วรอดูผลได้เลย
- มีการอัพเดตบ่อยๆ
- เหมาะกับงานที่ต้องการ การล้างบาง Spyware ภายในครั้งเดียว
ข้อเสียนิดๆก้คือ ไม่มีฟังก์ชั่นป้องกัน จึงเหมาะกับการใช้ Scan เพียงอย่างเดียว(เม็ดเดียว ครั้งเดียว)
- หลังจากติดตั้งเสร็จให้เปิดโปรแกรมและเข้าไปที่ Update และกด Check for Updates
**ผม เคยเจอบางเครื่องที่การอัพเดตมีปัญหา การแก้ไขคือให้ Uninstall ตัวเก่าออกไป แล้วลงใหม่อีกครั้งหรือถ้าไม่ได้ตริงๆก็ให้ลงเวอร์ชั่นเก่าๆ หาได้ที่ filehippo.com
- การใช้งานก็ไปที่ Scanner จะมี 2 แบบให้เลือกคือ
1. Perform quick Scan เป็นการสแกนแบบเร็วจะเน้นไปที่ไดรฟ์ C เป็นหลัก สแกนทุกไฟล์รวมทั้ง registry ด้วย
2. Perform Full Scan เป็นการสแกนทั้งเครื่อง ใช้เวลานานมาก
**ถ้าไม่อยากรอนานให้เลือกแบบแรกครับ
เครดิต : http://www.thainotebookparts.com
เช็คสเปคโน๊ตบุ๊คง่ายๆด้วยโปรแกรม Speccy
ผมเชื่อว่าหลายๆคนที่ซื้อคอมพิวเตอร์และโน๊ตบุ๊ค ทั้งที่ซื้อไปแล้วและกำลังจะซื้อ ส่วนมากมองไปที่เรื่องราคาเป็นหลักครับ ทำให้ละเลยในเรื่องของสเปคเครื่อง แต่ก็จะเกิดคำถามอีกว่า แล้วจะรู้ได้ยังไง เพราะตอนซื้อไม่มีสเปคบอกหรืออาจจะอ่านไม่เข้าใจ
ในวันนี้ผมจะแนะนำคนที่จะกำลังซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ให้รู้จักการดูสเปคเครื่องแบบคร่าวๆและเข้าใจง่ายๆครับ
สำหรับความรู้ทั่วๆไปที่คนซื้อต้องรู้ จะประกอบไปด้วย
- CPU หรือ หน่วยประมวลผลหลัก เป็นเหมือนสมองของตอมพิวเตอร์ครับ ส่วนนี้มีความสำคัญมาก ควรอ่านสเปคเทียบกันหลายๆรุ่นก่อนซื้อครับ ตอนนี้ใน Notebook จะมี CPU อยู่ 2 ค่ายคือ Intel และ AMD เช่น Intel Core 2 Duo, AMD Athlon
- RAM เป้นหน่วยความจำ ในเครื่องที่มีผลกับความเร็วในการทำงาน ปัจจุบันในโน๊ตบุ๊คจะมี DDR1,DDR2,DDR3(รุ่นใหม่) และในเครื่องจะมีช่องให่ใส่ 2 ช่อง
ส่วนขนาดที่เหมาะสม จะอยู่ที่ 1GB - 4GB ขึ้นอยู่กับราคาครับ (ที่ Ram มากไม่ได้หมายความว่าเครื่องจะเร็วเสมอไป)
- Harddisk หรือที่เก็บข้อมูลในเครื่อง เป้นที่ที่เราใช้เก็บข้อมูลในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นงาน เพลง หรือไฟล์แบบแบบอื่นๆ ยิ่งมากก็จะเก็บข้อมูลได้มาก เช่น 250GB,360GB,500GB
- Graphic Card หรือ การ์ดจอที่เรีกกันทั่วไป คือ อุปกรณืที่ใช้ในการประมวลผลเรื่องภาพ มีความสำคัญกับงานกราฟฟิคและเกมส์ หรือที่เข้าใจกันว่าเล่นเกมส์ไม่กระตุก ปัจจุบันที่ 3 ยี้ห้อ คือ Intel,nVidia,ATI ถ้าใช้งานทั่วไป ไม่เน้นงานกราฟฟิค ผมแนะนำใช้ Intel แต่ถ้าต้องการเล่นเกมส์หรืองานที่ใช้กราฟฟิค 3D ควรใช้ nVidia หรือ ATI ครับ
สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ผมจะเขียนแยกเป็นบทความอื่นๆต่อไปครับ
Speccy เป็นโปรแรกม Freeware (หมายถึงใช้ฟรีนั่นเอง) สร้างโดยบริษัท Piriform ความสามารถคือ ใช้ในการดู เชคสเปคเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้ง PC Notebook Netbook รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Windows Xp,Vista และ 7 ครับ
ชื่อโปรแกรม : Speccy
ผู้สร้าง : Piriform
เว็บไซต์ : http://www.piriform.com/speccy/
ดาวน์โหลด (แบบติดตั้ง) : http://www.piriform.com/speccy/download
ดาวน์โหลด (แบบใช้ได้ทันที) : http://www.softpedia.com/progDownload/Speccy-Portable-Download-143820.html
หลังจากดาวน์โหลดเสร็จ ให้ติดตตั้งลงบนเครื่อง หรือถ้าเป็นแบบใช้ได้ทันที ก็ให้ Extract ไฟล์ออกมาครับ
เมื่อเปิดโปรแกรม เราก็จะะเจอกับสเปคเครื่องทันที
ยกตัวอย่างจากภาพ เป็นโน๊ตบุ๊ค Acer Aspire 4736Z
อ่านสเปคจากโปรแกรมได้ตามนี้ครับ
- CPU เป็น Intel รุ่น Pentium T4500 ความเร็ว 2.3 GHz
- RAM ขนาด 2 GB
- Motherboard เป็น Aver Aspire 4736Z (ก็คือชื่อรุ่นของโน๊ตบุ๊คนั่นเอง)
- Graphic เป็น Intel 4 Series (ใช้งานทั่วไป ไม่เน้นเกมส์และงานกราฟฟิค)
- Hard Drive ขนาด 320 GB
ส่วนสเปคอื่นๆ เช่น เสียง DVD-Drive Wireless LAN จะมีเหมือนๆกันทุกเครื่องครับ แตกต่างกันที่ยี่ห้อเท่านั้น
หากต้องการดูสเปปคแบบละเอียดก็กดดูได้จากเมนูซ้ายได้ทันที
เครดิต : http://www.thainotebookparts.com
รวม 3 โปรแกรม Backup Driver แบบ Freeware และ Portable
บทความนี้เป็นการขยายความในเรื่องของการ Backup Driver เนื่องจากในบทความ Driver Genius ที่ผมเคยเขียนไว้ มีคนถามมาหลายรอบว่า โปรแกรมที่ไม่ต่องติดตั้งลงบนเครื่องมั๊ย ประมาณว่ากดแล้วใช้ได้เลย
จริงๆแล้วผมก็อยากจะแนะนำ Driver Genius Portable แต่จากการทดลองพบว่าไม่ work เลย มีปัญหามาก เอาเป้นว่ากลับมาสู่หัวข้อของเรา Freeware BackupDriver ซึ่งทดลองมาแล้วว่าใช้ได้จริง ที่สำคัญคือ Free และ กดแล้วใช้ได้เลย(Portable นั่นเอง)
Credit: http://www.techsupportalert.com/
1. Driver Collector
Know2Pro Rate: (3/5)
Version: 1.2
Filesize: 72 KB
Developer: Bassam Abdel-Rahaman Himmo
Homapage: http://www.himmo.com
Download: http://www.softpedia.com/get/System/OS-Enhancements/Driver-Collector.shtml
![]()
Driver Collector เป็นโปรแกรม Backup Driver ที่มีขนาดเล็กมากๆครับ หน้าตาโปรแกรมอาจจะดูแปลกๆไปหน่อย แต่นี่ก็ถือเป้นโปรแกรมที่ใช้ได้พอสมควร ออกแบบมาแบบบ้านๆให้ใช้กันง่าย การใช้ก็แค่เลือกไดรเวอร์ที่ต้องการ แล้วกด CopyFile ที่เหลือก็ให้โปรแกรมจัดการ
ข้อดี
- โปรแกรมมีขนาดเล็ก
ข้อเสีย
- ไดรเวอร์ไม่ครบ (เครื่องผม ไดรเวอร์ wireless card ไม่มี)
- เลือก Backup ได้ทีละอัน
- เลือก Folder ที่จะเก็บ driver ทีหลัง(น่าจะให้เลือกก่อน)
2. Driver Magician Lite
Know2Pro Rate: (4/5)
Version: 3.56
Filesize: 3.6 MB
Developer: GoldSolution Software
Homapage: http://www.drivermagician.com/Lite.htm
Download: http://www.drivermagician.com/Lite.htm
โปรแกรมตัวนี้ขนาดจะใหญ่ขึ้นมาอีกหน่อย ในเรื่องความสามารถก็เพิ่มเข้ามา โดยเฉพาะการ List รายชื่อ Driver ในเครื่องที่ดูแล้วเข้าใจง่าย บอกทั้งชื่อ ชนิด แถมยังมีการเน้น Driver ที่ไม่ใช่ของ Microsoft ทำให้มองเห้นได้ว่าควรจะเลือก Backup Driver ที่สำคัญตัวไหนบ้าง การเลือกก็เลือกได้หลายๆตัว แล้วค่อยกด Start Backup ครั้งเดียวไปเลย
ข้อดี
- มีรายชื่อ Driver ครบ ,แยกประเภทออกจากกันอย่างชัดเจน
- เน้น Driver ที่สำคัญ(สีแดง)
- เลือก Backup ได้หลายๆตัวในครั้งเดียว
ข้อเสีย
- Backup แล้วจะได้เป็นโฟลเดอร์ ไม่มี option Zip หรือ Auto Installer
3. Driver Magician Lite
Know2Pro Rate: (5/5)
Version: 3.0
Filesize: 2.8 MB
Developer: BooZet Freeware
Homapage: http://www.boozet.org/dd.htm
Download: http://www.boozet.org/download.htm
ตัวนี้ผมแนะนำว่าเป็นโปรแกรม Backup Driver ที่ดีที่สุดทั้ง 3 ตัวครับ เพราะมี Option ที่ทั้ง 2 ตัวก่อนไม่มี
ความสามารถหลักๆคือ Backup Driver แต่โปรแกรมตัวนี้มีให้เลือกว่าจะ Backup Driver แบบไหน
Microsoft คือ Driver ที่ติดมากับไดรเวอร์ด้วยอยู่แล้ว (อันนี้ไม่จำเป้นต้อง Backup หรอกครับ เพราะลง Windows ใหม่ เดี๋ยวก็เจอเอง)
Non-Microsoft คือ Driver ที่เป้นอุปกรณ์ภายนอก ต้องใช้ Driver ต่างหาก เช่น การ์ดจอ การ์ดเสียง อุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆที่ไม่ใช่ของ Microsoft (ตัวนี้ควร Backup)
และที่แตกต่างจาก 2 ตัวบนคือ Option ในการ Backup Driver ครับ
Option ที่สำคัญคือ
Output ที่ใช้เลือกประเภทของไฟล์ Driver ที่ Backup เสร้จแล้ว จะคล้ายๆกับ Driver Genius คือ
- Structured Folder แยกไดรเวอร์ออกเป็น Folder แยกกันแต่ละตัว เป้นตัวที่ใช้บ่อย ส่วนมากจะให้ Windows ทำการ search ไดรเวอร์เองจาก folder พวกนี้
- Compressed แบบบีบอัด เอาไว้เก็บไว้เผื่อยามฉุกเฉิน เป็น Zip
- Single File self extract เป้นไฟล์ exe คิดว่าคงไม่ใช่ตัว Auto-Install
นอกจากนี้ก้ยังมี Task โดยเฉพาะตัวเลือก
“Include Double Driver(Recommended)” ที่จะเอาตัวโปรแกรมใส่ไว้ใน Driver ที่ติดตั้งเสร็จแล้ว
เพื่อที่จะได้ใช้ Restore Driver ทีหลัง (ปุ่ม Restore อยู่ข้าง Backup)
เครดิต : http://www.thainotebookparts.com
9 วิธีเพิ่มความปลอดภัยให้ระบบ Wireless ของคุณ
ลองมาดู 9 วิธีง่ายๆ ในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับระบบ Wireless LAN ของคุณกันดีไหมครับ
1. เปลี่ยน username และ password admin ของตัวอุปกรณ์คุณจากค่ามาตรฐาน
ผมคิดว่าส่วนใหญ่แล้วตัวอุปกรณ์ที่เราใช้ในการกระจายสัญญาณไร้สายคงจะหนีไม่ พ้นตัว all-in-one ที่มีทั้ง ADSL router+Switch+Access Point ครบในตัว หรือบางคนอาจจะใช้เป็นแบบ Wireless Router เพราะว่ามีโมเด็มอยู่แล้ว หรือไม่ก็อาจจะใช้เป็น Wireless Access Point เพียวๆ ไปเลย ซึ่งในการเซ็ตอัพอุปกรณ์ต่างๆ ที่กล่าวมาเหล่านี้นั้น ทางผู้ผลิตตัวอุปกรณ์จะให้ทำการเซ็ตอัพผ่านหน้าเว็บซึ่งจะต้องมีการใส่ชื่อ และรหัส (username&password) ก่อนที่จะทำการเข้าไปเปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ ไอ้ username และ password ที่ว่านี่แหละครับ ที่ควรจะทำการเปลี่ยนไปจากค่าที่โรงงานตั้งให้ เพราะส่วนใหญ่แล้วเวลาที่ Hacker จะเจาะระบบก็จะใช้ default username และ default password เหล่านี้แหละครับในการลองผิดลองถูกเป็นอันดับแรก? …. แล้วคุณหละ เปลี่ยนหรือยัง?
2. เปิดฟังก์ชั่นการเข้ารหัสแบบ WPA/WEP
ไม่ว่าจะเป็นยี่ห้ออะไรก็ตามครับจะต้องมีการเข้าหรัส (encryption) ซึ่งโดยหลักการง่ายๆ ก็คือว่าข้อมูลที่ถูกส่งไปมาอยู่บนอากาศนั้นจะถูกเข้าหรัสก่อนเพื่อไม่ให้ ใครก็ตามที่ไม่หวังดีขโมยข้อมูลไปซึ่งก็จะเป็นข้อมูลที่อ่านไม่รู้เรื่อง เพราะโดนเข้ารหัสไว้ ดังนั้นคุณก็ควรที่จะทำการเข้ารหัสที่ว่านี้ไว้ด้วยนะครับ ซึ่งในทุกๆ ครั้งเมื่อเราต้องการที่จะทำการเชื่อมต่อสัญญาณไร้สาย เราก็จะต้องทำการใส่รหัสที่ว่านี้ด้วยครับ หรือถ้าเรามีการบันทึกไว้ที่เครื่องของเราอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใส่รหัสที่ว่านี้ครับ อ้อ … ผมแนะนำให้ใช้เป็นแบบ WPA นะครับ จะปลอดภัยกว่า WEP
3. เปลี่ยนค่า SSID จากค่ามาตรฐาน
SSID ย่อมาจากคำว่า Service Set Identify หรือบ้านเราก็เรียกกันง่ายๆ ว่าชื่อเสา wireless นั่นแหละครับ ซึ่งโดยปกติแล้วค่าปกติของชื่อนี้จะถูกเรียกตามชื่อของยี่ห้อสินค้าครับ เช่น NETGEAR ก็จะตั้ง SSID ของอุปกรณ์ทุกตัวว่า NETGEAR เช่นเดียวกัน จริงอยู่ครับที่การรู้ชื่อ SSID นั้นไม่ได้หมายความว่าใครก็ตามจะเจาะเข้ามาใช้ระบบคุณได้ แต่มันเป็นจุดเริ่มต้นครับ! เมื่อไหร่ก็ตามที่ใครบางคนค้นหาและเจอ default SSID เค้าจะเห็นได้ทันทีว่าระบบของคุณเป็นระบบที่หละหลวมและอาจจะง่ายต่อการเจาะ ระบบไงหละครับ … เปลี่ยนมันเถอะครับ ดีกว่า
4. เปิดฟังก์ชั่น MAC Address Access Control
อุปกรณ์แต่ละตัวที่มีระบบ IP จะต้องมีหมายเลขอยู่หนึ่งชุดที่ใช้ในการระบุตัวตน ภาษาอย่างเป็นทางการเค้าจะเรียกว่า “MAC Address” หรือบางคนอาจจะเรียกว่า “Hardware Address” หรือ “Physical Address” ก็ได้นะครับ ซึ่งในอุปรณ์ wireless จำพวก All-in-One, Wireless Router หรือ Wireless Access Point จะมีฟังก์ชั่นสำหรับตรวจสอบหมายเลข MAC Address ดังกล่าวว่า เพื่อที่จะอนุญาติให้เฉพาะหมายเลขที่เราต้องการ ใช้งานระบบเครือข่ายของเราได้ …. ฟังก์ชั่นนี้แหละครับที่เค้าเรียกว่า MAC Address Access Control ซึ่งถ้าเราเปิดฟังก์ชั่นนี้ไว้ เราก็จะสามารถสร้างความปลอดภัยได้เพิ่มขึ้นมาจากการเปิดฟังก์ชั่น WPA/WEP Encryption ไงหละครับ
5. ปิดฟังก์ชั่นการกระจายสัญญาณค่า SSID (SSID Broadcast)
จำได้ใช่ไหมครับว่า SSID มันคือชื่อของเสาสัญญาณไร้สายนั่นเอง ซึ่งถ้าเราปิดฟังก์ชั่นการกระจายค่า SSID แล้วหละก็ เวลาที่ใครเค้าค้นหาเสาสัญญาณก็จะไม่เห็น SSID ของเรายังไงหละครับ และถ้าเวลาที่เราการเชื่อมต่อ ก็เพียงแต่ให้เรากรอกค่า SSID ที่เราได้เซ็ตอัพไว้เท่านั้นแหละครับ วิธีนี้ก็ถือเป็นวิธีที่ดีอีกหนึ่งวิธีครับ
6. ใช้ Static IP แทน Automatic IP ให้กับอุปกรณ์ในระบบเครือข่าย
ระบบเครื่อข่ายทั่วไปโดยปกติแล้วจะใช้ระบบ automatic IP โดยมีตัว DHCP เป็นตัวจ่าย IP ไปให้กับเครื่องทุกเครื่องในระบบ แต่โชคร้ายที่ฟังก์ชั่นนี้จะอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้จู่โจมระบบของคุณไงครับ เพราะเพียงแค่เชื่อมต่อเข้ามาได้แล้วก็ได้รับ IP ไปง่ายๆ สบายอุราเลย ดังนั้น ถ้าเครื่องในระบบเครื่อข่ายไม่เยอะนัก การใช้ static IP ก็น่าจะทำให้ระบบมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอีกระดับนะครับ
7. วางตัว Wireless Router หรือ Access Point ให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย
หลายคนอาจจะงงว่ามันเกี่ยวกันด้วยเหรอ? ลองฟังคำตอบดูนะครับ …
ในปัจจุบันนี้ระยะทางของสัญญาณไร้สายจะครอบคลุมได้ในระดับนึงใช่ไหมครับ ดังนั้นหากว่าเราวางตัวอุปรณ์ไว้ไกล้ๆ หน้าต่างหรือประตูบ้านแล้วหละก็ คนทั่วๆ ไปที่อยู่ตามท้องถนนหรืออยู่ข้างบ้านของคุณก็อาจจะค้นหาสัญญาณไร้สายของคุณ เจอและพยายามทำการเชื่อมต่อเข้ามา แต่ถ้าเราเอาตัวอุปกรณ์กระจายสัญญาณไปวางไว้ในจุดกึ่งกลางของพื้นที่ที่เรา ต้องการ คนที่อยู่นอกบ้านเราอาจจะเห็นสัญญาณอ่อนๆ หรือแทบจะไม่มีสัญญาณเลยไงหละครับ นี่จึงเป็นอีกวิธีที่จะทำให้ระบบเรามีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าเป็นอุปกรณ์ Wireless Access Point สำหรับ Business Series นะครับ เค้าจะมีฟังก์ชั่น Adjust Power Transmition?ติดมาด้วยครับ ซึ่งเราสามารถเซ็ตได้เลยแหละว่าจะให้ปล่อยสัญญาณความแรงขนาดไหน เช่น?100%, 75%, 50% หรือ 25% เป็นต้น
8. ปิดระบบต่างๆ ถ้าไม่ได้ใช้นาน
แน่นอนที่สุดครับ ถ้าเราไม่ได้ใช้ก็ปิดมันซะ … แล้วใครจะมา hack ได้หละ ในเมื่อเราปิดมัน กั๊กๆๆ
9. สุดท้ายก็คือต้องทำตามทั้ง 8 ข้อที่บอกมาครับ
อาจจะไม่ต้องทั้งหมด ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของเราเอง ซึ่งก็แน่นอนแหละครับ เมื่อระบบความปลอดภัยมากขึ้น ความยุ่งยากต่างๆ ก็ต้องตามมาด้วย เป็นเรื่องปกติครับ ต้องเลือกเอา …
Article by ไอ้หนึ่งออนไลน์.คอม